จุดจบของข่าว

เมื่อวานได้ฟัง podcast ของ NPR Fresh Air ตอนล่าสุดที่พูดถึงแนวโน้มของธุรกิจข่าว เขาเสนอว่าบทความข่าวในเชิงข้อเท็จจริงกำลังจะสร้างกำไรให้ธุรกิจข่าวลดลง แต่บทความที่จะสร้างกำไรได้มหาศาลแทนคือบทความที่เป็นข้อคิดเห็น ข้อวิจารณ์เกี่ยวกับข่าว

คำอธิบายก็ง่ายแสนง่าย เพราะข่าวในเชิงข้อเท็จจริงสมัยนี้เขาได้กันมาฟรีๆ หมดแล้วเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากคนวงในที่มาโพสในเวบบอร์ด ข่าวเจาะที่คนธรรมดาที่ไม่ใช่นักข่าวไปสืบค้นสืบหามา หรือข่าวที่คนธรรมดาไปพบเจอแล้วใช้อุปกรณ์มือถือถ่ายภาพมาแฉ นอกจากนี้ ในแง่ของสถาบันสื่อเอง สมัยนี้ก็เอาข่าวเชิงข้อเท็จจริงมาโพสให้อ่านฟรีในอินเตอร์เนตหมดแล้ว ในทางกลับกัน ข่าวในเชิงวิเคราะห์ค่อนข้างทำได้ยากกว่า เพราะต้องอาศัยทักษะการเชื่อมโยงข้อเท็จจริงต่างๆ เข้ามาร้อยเป็นเรื่องเดียวกันให้สมเหตุสมผล  ทั้งยังต้องอาศัยวิจารณญาณดุลยพินิจในการประเมินคุณค่า นัยยะของสถานการณ์ในข่าวด้วย ในบรรดาข้อความที่โพสตามเวบบอร์ด น้อยข้อความนักที่จะเข้าเกณฑ์นี้

แต่น่าเสียดายที่ข้าพเจ้ายังฟังสัมภาษณืนักธุรกิจหนังสือพิมพ์ใน session ความยาว 40 กว่านาทีใน NPR Fresh Air ไม่จบ แต่ก็ยังไม่วายที่ข้าพเจ้าอยากจะนำเสนอความคิดบางอย่าง ในบริบทของประเทศไทย

น่าจะเป็นความจริงที่ข่าวเชิงข้อเท็จจริงน่าจะไม่ใช่แนวทางการสร้างรายได้ของบริษัทข่าวในอนาคต เพราะไม่เพียงแต่เราจะมีเวบไซต์ข่าวภาษาไทยให้อ่านกันฟรีๆ หลายเวบไซต์เท่านั้น แต่เรายังมีเวบไซต์ข่าวทางเลือกที่หลากหลายจากมุมมองภาคส่วนต่างๆ ของสังคมที่แน่นอนว่าให้อ่านกันฟรีๆ เช่นกัน ถ้าอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เนตของประชากรไทยยังสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับมีคอมพิวเตอร์พกพาราคาถูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หนังสือพิมพ์ที่มีแต่บทความข้อเท็จจริงคงจะขายไม่ได้อีกต่อไป

แต่ก็ไม่น่าจะหมายความว่าบทความวิเคราะห์ข่าวจะมีแนวโ้น้มเป็นตัวช่วยกอบกู้สถานะของบริษัทสื่อมวลชนได้เสมอไป เพราะตลาดการอ่านข่าวในประเทศไทยไม่ค่อยชอบความซับซ้อนมากนัก บทความที่วางโครงสร้างเหตุผลแบบยาวๆ มักไม่ชักชวนให้อ่านต่อไปจนจบ ซึ่งลักษณะนี้มันก็ไม่ใช่ความผิดของใคร เพราะใครอยู่ประเทศนี้ก็เคยชินกับสภาพแบบนี้กันอยู่แล้ว แม้แต่ตัวข้าพเจ้าเองหลายครั้งก็ไม่อยากอ่านเรื่องที่ซับซ้อน

ดังนั้น บทความที่น่าจะขายได้ในไทย คงหนีไม่พ้นบทความวิเคราะห์อย่างง่าย คือ บอกแค่ว่าดี ไม่ดี แล้วข้อเ้ท็จจริงประกอบไปสักอย่างละ 1 ข้อเท็จจริง เหตุผลก็ไม่ต้องซับซ้อนมาก หรือไม่เช่นกันก็เขียนข้อเท็จจริงไปและวิจารณ์แทรกไปว่าดี ไม่ดี แบบนี้ก็น่าจะตีตลาดได้กระจุยกระจาย และถ้าหากเราต้องการสร้างสังคมการอ่านที่มีคุณภาพกว่านี้ ก็ไม่น่าจะเริ่มจากทำหนังสือพิมพ์ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาไปหมดตั้งแต่คราวแรก เพราะจะขาดทุนจนอยู่ได้ไม่กี่เดือน ทางที่ดีควรจะแทรกไประหว่างบทความวิเคราะห์อย่างง่ายและอย่างยาก หลอกให้อ่านสลับกันไป น่าจะชักจูงใจโดยคนอ่านไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด และคนทำก็ไม่รู้สึกว่าขาดทุน



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s