The Fiery Furnaces กับความเป็นเรื่องเล่าของดนตรี

ในขณะที่นักคิดในแวดวงภาพยนตร์เชื่อว่าผู้กำกับสามารถคุมความหมายในเรื่องเล่าของภาพยนตร์ตนเองได้อย่างครบถ้วยทุกแง่มุม และในฝั่งของดนตรีทั้งในส่วนของนักคิดและผู้ปฎิบัติการ ต่างก็เห็นสอดคล้องไปในทางเดียวกันว่าผู้แต่งเพลง กลับไม่สามารถควบคุมเรื่องเล่าและการสื่อความของบทเพลงได้

ข้าพเจ้าบังเอิญเจอ release note ของวง The Fiery Furnaces เนื่องในโอกาสออกอัลบั้มใหม่ I’m Going Away ที่บังเอิญพูดถึงเรื่องนี้พอดิบพอดี เขาบอกว่าเพลงร็อคมีคุณสมบัติของการสื่อเรื่องราวอยู่ในตัวเอง (dramatic) และเขาต้องการเพลงในอัลบั้มนี้มันมีอารมณ์ใกล้เคียงกับหนังเรื่อง Taxi (เรื่องของคนขับรถแท็กซี่ที่ถูกจับด้วยข้อหาขับรถเร็ว ที่ถูกตำรวจบังคับให้ช่วยขับรถไล่ตามโจรปล้นธนาคารเพื่อแลกกับการไม่ถูกยึดใบอนุญาตขับแท็กซี่) มากกว่าเรื่อง Titanic แล้วเขาก็หวังว่าเพลงเหล่านี้จะได้รับเกียรติไปประกอบในหนัง Taxi version ของผู้กำกับหนังรายเล็กแต่ละคน เพราะอำนาจการกำหนดเรื่องราวการสื่อความ ไม่ได้อยู่ที่คนแต่งเพลง หากแต่อยู่กับวิธีการใช้งานเพลงนั้นๆ ของแต่ละคน

สาเหตุที่นักแต่งเพลงไม่สามารถคุมความหมาย และการเล่าเรื่องของตัวบทเพลงได้ คงเนื่องจากสังคมมนุษย์เป็นสังคมแห่งวัฒนธรรมทางสายตา คือ เข้าใจสิ่งต่างๆ ผ่านการมองเห็นเป็นหลัก หลักฐานเช่น บัตรหนังขายคล่องกว่าตั๋วคอนเสิร์ต คนสนใจเรียน Visual art มีมากกว่าคนเรียนดุริยางคศาสตร์ เป็นต้น การเข้าใจผ่านการได้ยินจึงไม่ใช่ธรรมชาติมนุษย์อยู่เป็นทุนเดิมแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมด เพราะตัวเพลงมักนำเสนอพร้อมกับปก พร้อมกับบทสัมภาษณ์ ต่างๆ นานา เหล่านี้น่าจะช่วยกำกับการตีความได้ แต่ในทางปฎิบัติ น้อยครั้งที่ปกเพลงจะสื่อถึงตัวเพลง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นรูปหน้าคนร้องที่กำลังนั่ง เดินยืนต่างๆ หาสาระอะไรไม่ได้ หรือถ้าแม้จะสื่ออะไร ส่วนใหญ่ก็ดูลึกลับครุมเครือเกินไป จนยากแก่การทำความเข้าใจ

แต่สาเหตุสำคัญ ข้าพเจ้าเห็นว่าน่าจะเป็นเรื่องความลื่นไหลของภาษาในเพลงเอง เพราะหากเพลงนั้นมีเนื้อเพลงที่พยายามเล่าเรื่องบางอย่าง แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาที่ต้องทำให้อยู่ในช่วง 3-6 นาที แล้วยังต้องนับรวมท่อนที่ร้องซ้ำให้เสียเวลาไปอีก ทำให้เรื่องที่สื่อออกมาขาดไปทั้งในเรื่องพฤติการณ์แวดล้อม ระดับ รวมถึงข้อเท็จจริง สถานที่ และถ้ายิ่งเป็นเพลงที่ไม่มีเนื้อร้อง หรือฟังไม่รู้เรื่อง ก็ยิ่งปล่อยให้ความคลุมเครือลื่นไหลในความหมายเข้าครอบงำได้เพิ่มขึ้นอีก

แต่ The Fiery Furnaces เองก็ไม่ได้กลัวความลื่นไหลส่วนนี้ หากแต่ยังยินดีทำให้ลื่นไหลยิ่งขึ้นไปอีก เพลง Charmaine Champagne ในอัลบั้มใหม่เหมือนศิลปะที่เอาภาพจากนิตยสาร ภาพจากหนังสือพิมพ์ มาปะติดเข้าด้วยกันจนชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นเพลงแนวไหน หรือมักจะได้ยินในบริบทแบบไหน ที่สำคัญคือคิดไม่ออกว่าคนกลุ่มไหนจะชอบฟังแบบนี้ และสำหรับข้าพเจ้าแล้ว สไตล์การร้องเร็วจนฟังไม่รู้เรื่อง ก็ยิ่งทำให้เพลงนี้ลื่นไหลเพิ่มขึ้น การจะหาเรื่องราวใดมาประกอบกับเพลงนี้น่าจะเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ The Fiery Furnaces จงใจทำให้เพลงมีระบบสื่อความที่คลุมเครือ เพราะเขาทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว

ในอีกฝั่ง คนที่พยายามจะทำให้เพลงของตัวเองมีเรื่องเล่าที่ชัดเจนมากที่สุด ก็เช่น David Bowie ในอัลบั้ม Ziggy Stardust (And The Spider From Mars) ที่วางโครงเรื่องตั้งแต่การมาถึงของ Ziggy Stardust มนุษย์ดาวอังคาร เพื่อมากอบกู้โลกให้พ้นจากหายนะ ด้วยการนำส่งสาส์นแห่งความรักและสันติภาพมาสู่โลก โดยมีเรื่องราวต่อเนื่องกันตั้งแต่เพลงที่ 1 จนเพลงที่ 11 แต่ก็อาจจะพบปัญหาว่า สำหรับผู้ที่ไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นเรื่องราวอะไร หรือยิ่งไปโหลดเฉพาะเพลงแทร็คเดียวจาก 11 แทร็คก็ยิ่งทำให้ไม่รู้เรื่องไปอีกว่าเรื่องราวดำเนินไปถึงไหนแล้ว จึงหนีไม่พ้นปัญหาของความลื่นไหลในความหมายอยู่เช่นเดิม

ดังนั้น ข้าพเจ้ายังเชื่อว่าตัวเพลงสามารถเปลี่ยนความหมายไปตามการใช้งานได้ และจะยิ่งเห็นได้ชัดเมื่อนำเพลงไปประกอบกับภาพเคลื่อนไหวต่างๆ กัน หรือเอาไปร้องในพฤติการณ์ที่ต่างกัน

ความจริงอยากแนะนำ The Fiery Furnaces วงจากอเมริกาวงนี้ให้เยอะขึ้น แต่กลับกลายเป็นบทความแบบนี้ไปได้ งงจริง

อนึ่งข้าพเจ้าเข้าใจดีว่าถ้าไม่มีเพลงที่พูดถึงให้ฟัง ก็คงไม่สามารถรู้เรื่องได้ว่าข้าพเจ้าพูดอะไรอยู่ และพยายามจะพูดอะไร ดังนั้น:

The Fiery Furnaces – Charmaine Champagne [ดาวน์โหลด]

The Fiery Furnaces – Nevers [ดาวน์โหลด]

และอย่าลืมดูมิวสิกวิดีโอ Charmaine Champagne ที่สุดแสนจะฉูดฉาดวิบวับเป็นอันขาด

http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=5715594&server=vimeo.com&show_title=1&show_byline=1&show_portrait=0&color=&fullscreen=1&group_id=

The Fiery Furnaces – Charmaine Champagne from Thrill Jockey Records on Vimeo.



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s