Logos และ Pathos

วาทศิลป์ที่ใช้ชักจูงใจคนที่โดดเด่นใช้บ่อย มีสองประเภทคือ Logos และ Pathos  Logos คือวาทะเชิงเหตุผล เช่น หากต้องการชักจูงให้ใครกินผัก ก็อธิบายว่าผักมีไฟเบอร์ทำให้ขับถ่ายสะดวก มีสารอาหารที่จำเป็นหลายอย่าง ส่วน Pathos คือวาทะกระตุ้นความรู้สึกทางอารมณ์ เช่นในตัวอย่างชักจูงให้คนกินผัก ถ้าใช้วาทศิลป์แบบนี้ก็จะได้ว่า กินผักแล้วแข็งแรง อนาคตของชาติจะรุ่งเรือง!

ที่ข้าพเจ้าพูดถึงเรื่องวาทศิลป์ ก็เพราะข้าพเจ้าได้อ่านบทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กลุ่มต่อต้านการใช้แอลกอฮอล์ในศตวรรษที่ 19 [ลิงค์, Brown University] บทสรุปของผู้เขียน essay คือ การต่อต้านการใช้แอลกอฮอล์โดยใช้วาทศิลป์ Logos ไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของมวลชนได้ดีเท่าวาทศิลป์แบบ Pathos โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ Benjamin Rush นักคิดนักเขียนที่เป็นหนึ่งในผู้ลงนามใน Declaration of Independence เพื่อก่อตั้งสหรัฐอเมริกา ได้รณรงค์แนวร่วมต่อต้านแอลกอฮอล์ในบทความ The Effects of Ardent Spirits upon Men ในปี 1805 โดยใช้วาทศิลป์เชิงเหตุผลเป็นส่วนประกอบหลัก ผลลัพธ์คือไม่สามารถชักจูงใจความเชื่อได้ จนเมื่อ 30 กว่าปีหลังจากเริ่มรณรงค์ หลักคิดศาสนาบริสุทธิของพวก Puritan, หลักเชิดชูการทำงานหนักในยุคสร้างชาติอเมริกา เหล่านี้ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับการรณรงค์ภายใต้ชุดคำอธิบายที่เกี่ยวกับคุณค่านามธรรมอย่าง บาป/บุญ, สร้างชาติ, ทำงานหนัก ฯลฯ

ทำให้ข้าพเจ้าได้ข้อสรุปอีกอย่างที่นอกเหนือจาก scope ของบทความนี้ คือ Pathos น่าจะเป็นวาทศิลป์ที่ดีที่สุดในการชักจูงใจคน ส่วน Logos นั้นไม่น่าจะชักจูงใจอะไรได้ เนื่องจากเหตุผลแท้จริงแล้วก็คือเกมของภาษา คนที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถหาเหตุผลต่างๆ มาต่อสู้ได้ในทุกสถานการณ์ หรือในกรณีที่แย่ที่สุดก็คือ ไม่มีใครเชื่อข้อกล่าวอ้างที่สนับสนุนด้วยเหตุผล เพราะเชื่อกันหมดว่าท้ายที่สุดต้องมีใครสักคนมาโต้แย้งเอง ส่วน Pathos น่าจะอยู่ได้นานเพราะคุณค่านามธรรมนั้นไม่มีใครมักจะตั้งคำถาม หรือแม้จะมีคนตั้งคำถามก็ไม่มีใครอยากฟัง

อย่างเรื่อง “สิทธิเสรีภาพ” ปัจจุบันก็ถูกใช้บางในวาทะแบบ Pathos ตัวอย่างที่ข้าพเจ้าเห็นล่าสุดคือ กลุ่มผู้ชื่นชอบศิลปินเกาหลีอ้างว่าคนอื่นไม่มีสิทธิต่อว่าที่เธอชอบเกาหลี เพราะเธอมีสิทธิเต็มที่ในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ [ลิงค์, Drama-addict.com] สิทธิเสรีภาพในตัวมันเองก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ตั้งคำถามไม่ได้ หากใครริอาจสงสัยในคุณค่านี้ก็อาจถูกมองอย่างเหยียดหยามในหลายสถานที่ ทั้งที่คุณค่านี้ แท้จริงซับซ้อนในรายละเอียด มากกว่าเนื้อหาที่ว่า “ใครจะทำอะไรก็ได้” ยิ่งนัก

Logos ยังเป็นเรื่องต้องห้ามในการสนทนาทางการเมืองในที่ต่างๆ โดยต้องถูกแทนที่ด้วยชุดคำอธิบายที่เป็นคำเดี่ยวๆ ที่มีความหมายถึงคุณค่าบางอย่างเช่น ประชาธิปไตย คุณธรรม มีส่วนร่วม พอเพียง เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้ผู้ฟัง

ถ้ามีโอกาส ข้าพเจ้าจะมารายงานเพิ่มเติม ว่าในหนึ่งวันข้าพเจ้าจะได้ยินคนใช้วาทศิลป์แบบไหนมากกว่ากัน



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s