ห้วงคำนึง

ความคิดห้วงที่หนึ่ง

ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าเตรียมตัวออกไปข้างนอกเพื่อไปพบบุคคลอื่นใด นั้นคือเวลาที่อาการอาเจียนวิงเวียนจะก่อขึ้นในท้อง ก่อนที่พลังแห่งความปั่นป่วนจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ข้าพเจ้าไม่แน่ใจสาเหตุของอาการนี้ จนเมื่อค้นพบว่าแท้ที่จริงข้าพเจ้าคือคนที่กลัวการมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ที่เรียกร้องการโต้ตอบกับสิ่งรอบข้าง ความกังวลนั้นมักเหนี่ยวรั้งการโต้ตอบของข้าพเจ้า จนกว่าที่จะกระจ่างแจ้งว่าข้าพเจ้าควรทำอย่างไรในสถานการณ์หนึ่ง สถานการณ์นั้นก็กลับคลี่คลายล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ทุกอย่างที่มั่นใจคือสิ่งที่ล้วนช้าเกินไปทั้งสิ้น การนิ่งเฉยในสถานการณ์ที่ต้องการการโต้ตอบ คือความล้มเหลวแห่งการสื่อสารอย่างแท้จริง และเป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นแม้แต่น้อย

ความคิดห้วงที่สอง

อัตชีวประวัติของคาร์ล ยุงทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่าจิตวิญญาณของวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง ต้องเริ่มจากสังเกตปรากฎการณ์และข้อเท็จจริง และต้องพร้อมน้อมรับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น และพยายามหาทางอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ประสบการณ์ที่ว่าต้องรวมถึงเรื่องที่คนทั่วไปมองว่าลี้ลับอย่างปรากฎการณ์ของจิต จิตใจ้สำนึกส่วนรวม ลางสังหรณ์ การสื่อสารกับจิตวิญญาณแห่งบรรพชน การสื่อสารกับผู้วายชนม์ในความฝันด้วย  คาร์ล ยุงเหยียดหยามผู้ที่เพิกเฉยประสบการณ์ที่จริงแท้เหล่านี้ ว่าเป็นสำนักคิดวิตถุนิยมแบบตื้นเขิน ที่จำกัดความคิดของตนให้อยู่แต่เฉพาะชุดภาษา ความเข้าใจที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว

เหนือกว่าระบบเหตุผลที่กำลังควบคุมโลกทางกายภาพ ย่อมมีระบบอีกชุดหนึ่งที่ควบคุมปรากฎการณ์ทางจิตของมนุษย์อยู่ เป็นระบบที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทำให้กระจ่างแจ้ง แต่จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้วในแวดวงการวิจัย ก็ยืนยันได้ว่าระบบอีกชุดนั้นมีอยู่ แต่การเพิกเฉยข้อเท็จจริง ด้วยความเข้าใจว่าเป็นเรื่องไร้สาระไม่มีมูล พร้อมเรียกร้องขอหลักฐานต่างๆ นานาโดยไม่เริ่มต้นใช้ประสบการณ์ของตัวเองตรวจสอบเลย เช่นนี้ย่อมเป็นอาการของอคติเข้าครอบงำ และห่างไกลจากความเป็นวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง

ความคิดห้วงที่สาม

ข้าพเจ้าหวังว่าจะได้เขียนบลอกนี้ และในบลอกใหม่ในเวบนิตยสารของฟิ้ว (fuse.in.th) มากขึ้น และเสียใจที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ facebook มากเกินไปตลอดสิ้นปีที่แล้ว

ความคิดห้วงที่สี่

ต่อไปนี้คือภาพเคลื่อนไหวที่ข้าพเจ้าไม่ได้บันทึกไว้: แม้เป็นเวลากลางคืน แต่หาดทราบแห่งหนึ่งก็กลับสว่างไปด้วยแสงจันทร์ของพระจันทร์เต็มดวง เวลาเกือบเที่ยงคืน การที่หาดแห่งนี้เงียบงันจึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ แม้ว่าจะมีกลุ่มคน 2 ถึง 3 กลุ่มอยู่ใกล้เคียงในบริเวณหาดนั้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศแห่งความเงียบถูกทำลายลงไปได้ แม่จึงเปิดทีวีทางมือถือ ถ่ายทอดรายการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ เสียงทีวีแทรกไปตามเสียงคลื่นของคืนอันเงียบสงัดและเวิ้งว้าง เสียงนับเริ่มต้นในทีวีตาก 10 จนถึง 1 ทางขวาของหาดมีพลุดวงใหญ่หลายชุดสว่างวาบอยู่ไกลโพ้นโดยไม่ส่งเสียง ทางซ้ายในระยะใกล้มีพลุลูกเล็กชุดหนึ่ง พร้อมกับที่พื้นชายหาดก็เห็นแสงโคมหลากสี ระยะไกลหลังภูเขาก็มีพลุดวงโตชุดหนึ่งที่ไม่ส่งเสียงมาหา และในระยะไกลโพ้นก็มีพลุอีกชุดหนึ่งเช่นกัน ข้าพเจ้าเหมือนอยู่ในหลุมสูญญากาศแห่งการเคลื่อนไหว ณ ช่วงเวลานั้น แต่นั้นยิ่งทำให้พลุทั้ง 4 จุดสวยงามยิ่งขึ้น เพราะมันเป็นการมองพลุ และมองความครื้นเครงจากระยะห่าง โดยไม่เสียไปซึ่งความเงียบและเวิ้งว้างรอบๆ ตัว ข้าพเจ้าเลยไม่รู้สึกสนุกและยึดติดกับบรรยากาศแห่งความคึกคักนั้นมากเกินไป ทั้งยังปล่อยให้ข้าพเจ้าคิดเรื่องราวสัพเพเหระได้อย่างเต็มที่ไม่ถูกรบกวน ข้าพเจ้าจึงเป็นผู้ที่ทั้งอยู่และไม่อยู่ในการนับถอยหลังสู่วันปีใหม่ปี 2553 ไปพร้อมๆ กัน

และข้าพเจ้าก็หวังว่าจะคงสภาวะการอยู่และไม่อยู่ไปพร้อมๆ กันได้้เช่นนี้ตลอดปี

ขอให้มีความสุขวันปีใหม่นี้ทุกคน



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s