จิตเวชกรรมในเมืองใต้บาดาล

เราจะอ่าน “ขัปปะ” ผลงานของริวโนะสุเกะ อะคุตางาว่าได้อย่างไรบ้าง

ถ้าจะดูเจตนาของผู้ประพันธ์ อะคุตางาว่าพยายามพูดเรื่องส่วนตัวผ่านเสียงของผู้ป่วยทางจิตที่อ้างว่าได้ไปเยือนดินแดนของสัตว์ประหลาดขัปปะ ในดินแดนนั้นคือแบบจำลองโลกส่วนตัวของอะคุตางาว่า ในช่วงเวลา 4 เดือนก่อนที่ผู้ประพันธ์ปลิดชีวิตตัวเอง ในนั้น มีนักธุรกิจที่ไม่แยแสต่อชีวิตของลูกจ้าง และจ้องหาผลประโยชน์ในทุกเรื่องๆ, มีนักปรัชญาหน้าเห่ยผู้คลุกอยู่กับแต่หนังสือ นักคิดที่อะคุตางาว่าศึกษาอยู่ในชีวิตจริง, มีนักบวชที่ไม่เชื่อในศาสนาที่ตนเองสังกัด, มีโลกที่ผู้หญิงไล่จับผู้ชายขัปปะผู้ชายเพื่อไปทำผัว, และมีตัวละครที่น่าจะสะท้อนตัวตนของอะคุตางาว่า คือกวีที่รังเกียจการดูแลครอบครัวขนาดใหญ่ ใช้ชีวิตเสรีแบบไม่พึ่งศาสนา และฆ่าตัวตายเพื่อไปให้พ้นจากความเหนื่อยหน่าย

ถ้าจะอ่านจากสภาพแวดล้อมของสังคมในช่วงการประพันธ์ อะคุตางาว่า มีชีวิตอยู่ในช่วงที่มีบรรยากาศลัทธิทหาร และการล่าอาณานิคมแผ่ขยายไปทั่วประเทศ ทั่งล้นไปยังเพื่อนบ้าน สังคมญี่ปุ่นบางส่วนต่อต้านความรุนแรงทางทหาร แต่กฎหมายควบคุมการแสดงออกทางการเมืองก็สร้างความหวาดกลัวทางวิชาการไปทั่ว ในช่วงนั้นยังมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 90000 คน  “ขัปปะ” จึงเป็นอาการสำแดงของความสับสนในอนาคตของคนญี่ปุ่น สับสนระหว่างความจริงกับจินตนาการ สับสนทางเลือกระหว่างการเรียกร้องสิ่งดั้งเดิมกับการเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่อย่างกล้าหาญ

ขอขยายความอีกนิดหน่อย

เพราะเรื่องในขัปปะ ทั้งหมดเล่าโดยแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยทางจิต และแพทย์ผู้นั้นก็เล่าส่งที่ได้ยินมาจากผู้ป่วยทางจิตมาอีกที ท่วงทำนองการเล่าเรื่องในช่วงที่ผู้่ป่วยทางจิตพูด ก็คล้ายกับภาษาหนังสือเด็ก ซึ่งตามธรรมเนียมการอ่านแล้ว ภาษาหนังสือเด็กเข้าได้ดีกับเรื่องราวจิตนาการเพ้อเจ้อ และมันทำให้เรื่องราวจินตนาการนั้นดูสมจริงยอมรับได้ แต่เมื่อเอาเรื่องทั้งหมดมาต่อกัน ผู้อ่านจะไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์ในเมืองขัปปะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะแพทย์เองก็ไม่ได้อยู่รับรู้เรื่องด้วยตา แต่รับรู้เพียงว่าตอนนี้ผู้เล่าเรื่องเมืองขัปปะกลายเป็นคนเพ้อ ที่จินตนาการว่ามีขัปปะมาเยี่ยมทุกๆ วัน ความสับสนระหว่างเส้นแบ่งความจริงและจินตนาการนี้เอง ที่น่าจะสะท้อนอาการของสังคมญี่ปุ่นที่เกิดเรื่อง ‘ไม่น่าเชื่อ’ ทางการเมืองและภัยธรรมชาติติดๆ กันหลายครั้ง

และยังมองได้อีกแง่ว่า ความไม่แน่ใจของผู้ท่องแดนขัปปะระหว่างการเลือกที่จะอยู่ในแดนขัปปะต่อไป กับอยู่ในโลกแห่งความจริง คือความไม่แน่ใจของสังคมญี่ปุ่นที่จะเลือกอยู่ในสังคมแบบเดิม ที่แม้จะสงบราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยนักธุรกิจใจป้ำ ผู้เชื่อถือในวิญญาณ หรือจะอยู่ในระบอบสังคมแบบใหม่ที่จะทำการปฎิรูป (น่าสังเกตว่าอะคุตางาว่าไม่บรรยายสภาพสังคมในโลกแห่งความจริงในเรื่องขัปปะเลย ราวกับว่ามันไร้ความหมายต่อตัวละครหลักและต่อตัวของเขาเอง)

แต่ไม่ว่าจะเลือกอ่านอย่างไร ที่ห้ามลืมพูดถึงคือเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ขัปปะ และของวรรณกรรมเกือบทุกชิ้นของอะคุตางาว่า

เขาสามารถใช้นิยายเพื่อนำพาผู้อ่านเข้าไปสู่ดินแดนที่การรับรู้ทางจิตถูกบิดเบือน มุมมองการเล่าเรื่องขาดความเป็นกลางโดยสิ้นเชิง ประสบการณ์นี้จะชัดขึ้นเมื่อได้อ่านงานที่มีชื่อเสียงของเขาอีกเรื่องที่ชื่อ ราโชมอน ในนิยายเรื่องนั้นผู้เล่าเรื่องแต่ละคนต่างมีส่วนบิดเบือนเหตุการณ์จริงด้วยกันทั้งสิ้น

นิยายของอะุคุตางาว่า จึงเป็นบันทึกความเปราะบาง และความด้อยสามารถของการรับรู้ความจริงของมนุษย์

เป็นอนุสสติเตือนให้รู้ว่ามนุษย์มีศักยภาพน้อยเกินไปที่จะรับรู้ความจริงอย่างครบถ้วน



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s