พยาธิวิทยาแห่งอำนาจในสนามฟุตบอล

ลูกบอลที่เข้าประตูของแลมพาร์ด ที่ถูกหมางเมินโดยกรรมการในฟุตบอลโลกรอบสองระหว่างอังกฤษและเยอรมัน, ลูกบอลที่ล้ำหน้าที่กรรมการมองไม่เห็นก่อนเข้าประตูในเกมระหว่างอาร์เจนติน่ากับเม็กซิโก ทั้งหมดเกิดในรอบเดือนเดียวกัน จนเกิดคำถามในอินเตอร์เนต (โดยเฉพาะในอเมริกา) ว่าควรมีการปรับปรุงวิธีควบคุมดูแลกติกาหรือไม่

บ้างก็บอกว่าควรให้มี live replay ตรวจสอบข้อพิพาทในสนามทันที่ แต่บางคนบอกว่าการทำ replay ไม่เหมาะสมเพราะขัดขวางความต่อเนื่องของเกม และข้อพิพาทในสนามมีเยอะเกินกว่าจะเสียเวลาตรวจสอบได้หมด ทางที่ดีควรเพิ่มกรรมการให้มากขึ้น แบบที่เทนนิสวิมเบอตันมีกรรมการ 10 คนดูแลสนามสนามเดียว

ข้าพเจ้าไม่ต้องการชี้ชัดว่าตกลงควรจะให้มี replay, sensor ตรวจจับ, กรรมการ 100 คน หรือไม่ แต่อยากบ่งชี้ถึงความหมายทางวัฒนธรรมบางอย่างจากปรากฎการณ์นี้

อันที่จริงแล้ว กรรมการเป็นของแปลกปลอมในการละเล่นหลายชนิดบนโลก ปริมาณของการแข่งขันที่ไม่มีกรรมการคุม มีมากกว่าการแข่งขันที่มีกรรมการ ในขณะที่เขียนบทความนี้ อาจมีการเล่นฟุตบอล เล่นตะกร้อ ตีแบต หลายพัน หลายหมื่นแมชตามสวนสาธารณะ ลานกว้างตามที่ต่างๆ ที่กำลังดำเนินไปโดยปราศจากการควบคุมของกรรมการ กรรมการจึงเหมือนอำนาจภายนอกที่ทะลวงเข้ามาในการแข่งขัน

ในกีฬาหลายชนิด อำนาจภายนอกทำหน้าที่ได้อย่างน่าเกรงขามและเที่ยงตรง อาจเป็นเพราะการเล่นชนิดดังกล่าวมีการเคลื่อนไหว โครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนเช่น ตีเทนนิส ตีปิงปอง จึงตรวจสอบง่าย แต่ในกีฬาหลายชนิด อำนาจภายนอกไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของผู้เล่นได้อย่างเบ็ดเสร็จ อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยงถูกท้าทายด้วยการแกล้งใช้เป็นเครื่องมืออีกด้วย อย่างฟุตบอลเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ผู้เล่นอาจแกล้งล้ม หรือล้มจริงแต่แสดงท่าทางให้เกินจริงเพื่อขอความเห็นใจจากกรรมการ หรือไม่อย่างนั้นก็อาจแกล้งหันหลังให้กรรมการเพื่อปิดซ่อนพฤติการณ์ที่อาจหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดกติกา

ความเคลือบคลุมของบทบาทแห่งอำนาจภายนอกในกีฬาฟุตบอล สร้างนัยยะทางสังคมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เพราะอำนาจภายนอกในกีฬาชนิดนี้ทำงานบนเงื่อนไขของการมองเห็นและมองไม่เห็น ความเชื่อและความไม่เชื่อ ทั้งสองอย่างเป็นปัจจัยเชิงอัตวิสัยล้วนๆ การกระทำที่แม้จะเกิดขึ้นแต่กรรมการมองไม่เห็น ย่อมมีผลลัพธ์เท่ากับว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น การกระทำที่ควรจะถูกตีความอย่างหนึ่ง และกรรมการกลับตีความอีกอย่างหนึ่ง ก็ต้องถือตามกรรมการเป็นสำคัญ

นี่คือแบบจำลองการใช้อำนาจภายนอกในสังคมโดยแท้

การใช้คนกลาง ไม่จำเป็นว่าต้องได้การตัดสินที่น่าเชื่อถือยอมรับได้ทั้งสองฝ่ายเสมอไป เพราะต้องไม่ลืมว่าคนกลางมีมุมมองอัตวิสัยของตนเอง มีวิจารณญาณของตนเอง ซึ่งอาจไม่ตรงกับมุมมองที่ได้จากเครื่องมือต่างๆ หรือมุมมองจากภายนอกก็ได้ เรื่องแบบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นทุกที่ที่มีเหตุพิพาท ไม่ว่าจะเป็นบนสถานีตำรวจ บนศาลาหมู่บ้าน ในห้องประชุมที่ทำงาน หรือในศาล

ความไม่ลงรอยตลอดจนความอยุติธรรมจึงสามารถเกิดขึ้นได้ แม้จะมี ‘คนกลางที่น่าเชื่อถือ’ เข้ามาเกี่ยวข้อง

น่าสนใจว่าหลังจากลูกยิงของแลมพาร์ดที่ถูกปฎิเสธแล้ว ก็ไม่มีการแก้ไข ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากทางฝั่งกรรมการ

ราวกับว่าโอกาสที่จะเกิดความไม่เป็นธรรมในการตัดสิน ถูกผนวกไว้เป็นส่วนหนึ่งของสีสันของเกม

ภาพของการระงับข้อพิพาทด้วยองค์กรภายนอกของสังคม ถูกล้อด้วยภาพของการใช้อำนาจภายนอกในกีฬาฟุตบอล

ประธานฟีฟ่า Sepp Blatter ให้สัมภาษณ์ว่า “สังคมไม่สมบูรณ์แบบ ฟุตบอลก็เช่นกัน”  ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ คำกล่าวนี้เป็นความจริงอย่างยิ่งทั้งในแง่การกีฬาและในแง่สังคมศาสตร์


One Comment on “พยาธิวิทยาแห่งอำนาจในสนามฟุตบอล”


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s