Do Not Call list และสิทธิเสรีภาพการแสดงออก

ปี 2002 คณะกรรมการการค้ากลางของอเมริกา (FTC) ออกกฎหมายคุมการโฆษณาผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

กลไกของเขาก็ง่ายๆ

สำหรับมือถือทุกชนิด ก็ห้ามโทรไปขายอะไรเด็ดขาด สำหรับโทรศัพท์บ้านจะทำได้ต่อเมื่อเบอร์นั้นไม่อยู่ใน ‘Do Not Call List’ และเบอร์ต่างๆ จะไปอยู่ใน Do Not Call List ได้ก็ต่อเมื่อมีบริษัทโทรไปขายแล้ว คนรับสายตอบปฎิเสธและห้ามไม่ให้โทรมาอีก รายชื่อเบอร์โทรนี้จะเก็บไว้เป็นส่วนกลางของทั้งประเทศอเมริกา ปัจจุบัน DNC list มีทั้งหมด 200 ล้านกว่ารายการ

200 เบอร์บ้าน รวมกับเบอร์มือถือทั้งหมด แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้กิจการขายของทางโทรศัพท์ต้องเหี่ยวเฉา

นักธุรกิจในแวดวงนี้ต่อสู้อย่างไร ผู้เสนอขายสินค้าทางโทรศัพท์คนหนึ่งอภิปรายว่า กฎ DNC list ขัดขวางเสรีภาพในการแสดงออกอย่างชัดเจน เสรีภาพในการแสดงออกคือการให้ผู้คนมีสิทธิพูดอะไรก็ได้ แม้ว่าจะก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้อื่นก็ตาม การห้ามพูดขายของผ่านทางโทรศัพท์ แม้ว่าเจ้าของโทรศัพท์จะรำคาญ ย่อมเป็นปฏิปักษ์กับเสรีภาพในการแสดงออกเห็นๆ

เราจะปกป้องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ให้พ้นจากลีลาศรีธนญชัยของนักขายของท่านนี้อย่างไร

เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสับสนระหว่างเนื้อหาการพูดกับวิธีการพูด

สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นพูดถึงเนื้อหาการพูด ผู้พูดสามารถพูดข้อความที่มีเนื้อหา แฝงไปด้วยแนวคิดอย่างไรก็ได้ ส่วนใครจะแย้งว่าเนื้อหาบางเนื้อหาอาจจะไม่มีสิทธิพูดได้ ในบางกรณี  ก็ยังสามารถมาร่วมเวทีในหัวข้อนี้ได้

แต่สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไม่ได้กล่าวถึง ‘วิธี’ การแสดงออก และถ้าสังเกตจากประสบการณ์ การแสดงออกหลายวิธีก็เป็นเรื่องต้องห้ามทั้งตามมาตรฐานศีลธรรม และจริยธรรม เช่น การแสดงออกซึ่งเนื้อหาทางศาสนา ความเชื่อ ด้วยการปล่อยอาวุธชีวภาพสังหารหมู่ผู้คนในขนส่งมวลชน, การเขียนข้อความบนกำแพงบ้านผู้อื่น, เจาะระบบเวบผู้อื่นเพื่อเผยแพร่ข้อความปรัชญาที่ตนชื่นชอบ ฯลฯ

เนื้อหาของสิ่งที่เราพูดสามารถเป็นอย่างไรก็ได้ หรือแม้จะบอกว่าอาจมีหลายเรื่องที่พูดไม่ได้ ก็ยังเถียงกันได้ แต่เรื่องวิธีการแสดงออก ต้องยอมรับว่ามีบางวิธีที่ยอมรับไม่ได้

กฎเรื่อง DNC list ไม่ได้ห้ามใครขายของ ทุกกิจการยังสามารถป่าวประกาศคุณความดีงามของสินค้าตัวเองได้ตามเวบไซต์ หน้าหนังสือพิมพ์ ใน YouTube ใน Banner ในทุกหนทุกแห่ง แม้ว่าคนเล่นเวบอาจรำคาญ ก็ห้ามอะไรไม่ได้ (แต่ block เป็นการส่วนตัวได้)ถ้าบอกว่า DNC list ขัดขวางเสรีภาพการแสดงออก ก็ดูจะเกินไปหน่อย

วิธีขายของผ่านทางโทรศัพท์นอกจากทำให้คนรับสายอึดอัด รำคาญ เสียสมาธิแล้ว ในฝั่งคนจะขายเองก็เสียภาพลักษณ์สินค้าด้วย เพราะถ้าเป็นของดีของเด่นจริง คงไม่มีใครคะยั้นคะยอจะขายอย่างไม่ลดละ

เกร็ดความรู้

ในประเทศไทย บริการประเภทการลงทุน (รวมถึงประกันภัย) สามารถโทรชักชวนให้ลงทุนโดยไม่มีใครร้องขอได้ กลต. เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า ‘Cold Calling’

แต่ถ้าเบอร์ไหนไม่อยากรับการติดต่อจาก ‘บริษัท’ นั้นอีก ให้บอกคนโทรอย่างนุ่มนวลว่าไม่ประสงค์จะรับการติดต่ออีก เบอร์โทรของเราจะย้ายไปอยู่ใน Do Not Call List ของบริษัทนั้น และบริษัทนั้นจะโทรหาเบอร์ดังกล่าวไม่ได้อีกภายในเวลาสองปีตามประกาศ กลต.

แต่ถ้าอ้ำอึ้ง เออๆ ออๆ ตามน้ำไปเรื่อย บริษัทนั้นก็มีสิทธิกลับมาโทรหาใหม่ได้จนหายคิดถึง

เครดิตเนื้อหาบางส่วน/ภาพประกอบดีๆ

http://www.wired.com/epicenter/2010/07/do-not-call-list-tops-200-million-some-scammers-still-ignore-it/

http://socialbutterflies.wordpress.com/2010/03/09/lady-gaga-telephone-to-premiere-thursday/


One Comment on “Do Not Call list และสิทธิเสรีภาพการแสดงออก”

  1. ขำขำ พูดว่า:

    สิทธิในการเลือกที่จะรับ กับไม่รับข่าวสาร
    คุณยังมีอยู่นะ ถ้าคุณไม่ชอบคุณก็ปิดมัน
    ถ้ามีสัก 10,000 คนที่คิดเหมือนคุณแล้วแสดงความ
    ไม่พอใจเช่นเดียวกะคุณ บริษัทจะหาวิธีแก้ปัญหาให้คุณ
    ทันที สิทธิคุณก็จะเกิดขึ้นทันทีเช่นกัน


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s