ลัทธิสมัยใหม่ในบ้านของ Le Corbusier

วิลล่าซาวอย บ้าน 'สมัยใหม่'

หากจะหาจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยใหม่ นอกจากจะหาในหนังสือปรัชญา วรรณกรรม หนัง ภาพถ่าย แล้ว เราจะหาได้ในรูปแบบของอาคาร ที่ออกแบบในช่วงนั้น

บ้านที่ดีในความคิดก่อนสมัยใหม่ คือบ้านขนาดใหญ่ ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา รูปปั้น และสรรพสิ่งที่นำมาโปะบนกำแพง บนเสา บนหน้าต่างได้ ต้องมีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ว่านำไปใช้ทำอะไรนอกจากไว้สร้างความอลังการให้ผู้มาเยือน มีสิ่งก่อสร้างประเภทวัดๆ วังๆ ทั่วโลกเป็นตัวอย่างสำคัญ แต่บ้านสมัยใหม่ต้องเจอกับข้อท้าทาย  ที่ดินราคาแพง เช่นเดียวกับราคาวัสดุก่อสร้าง  ประชากรอยู่กันหนาแน่นยิ่งขึ้น  เราไม่สามารถสร้างบ้านขนาดใหญ่ ใช้ที่เปลือง ตกแต่งฟุ่มเฟือยได้อีกต่อไป นอกจากสร้างไว้เป็นฉากในละครหลังข่าว

Le Corbusier เป็นสถาปนิกที่มีพรสวรรค์ในศิลปะสูง แต่มันไม่น่าทึ่งเท่าความจริงที่ว่าเขาคือสถาปนิกที่มีวิสัยทัศน์ล้ำหน้า บ้านที่ดีของเขาคือบ้านที่มีเสาลอยยกอาคารทั้งหลังขึ้นมาจากพื้น เปิดให้พื้นที่ภายนอกไหลเชื่อมเข้ามาด้านใน เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและเพิ่มการสัมผัสกับธรรมชาติสำหรับคนเมือง เอาหลังคาสามเหลี่ยมแบบเดิมๆ ออกไป เหลือไว้แต่ดาดฟ้าเรียบๆ เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มพื้นที่สวนด้านบนเข้าไปอีก ฉีกกำแพงบ้านเดิมๆ ออกไป โปะด้วยกำแพงเรียบๆ ฉลุด้วยกระจกและช่องว่าง เหลี่ยมมุมของบ้านเกิดขึ้นเพราะเหลี่ยมมุมของห้องหับภายใน ไม่มีส่วนใดของอาคารภายนอกที่สร้างไว้เพื่อ ‘อวด’  บ้านรูปทรงแบบนี้ตอบทั้งคำถามทางเศรษฐศาสตร์ และสุนทรียศาสตร์ในเวลาเดียวกัน

ตอบคำถามทางเศรษฐศาสตร์ เพราะเป็นแบบบ้านราคาประหยัด ทำซ้ำเหมือนสินค้าจากโรงงานได้ ใช้วัสดุราคาถูกอย่างคอนกรีต ผลิต (สร้าง) ได้รวดเร็ว ตอบสนองการใช้งานที่ครบถ้วน มีประสิทธิภาพตามสมควร

ตอบคำถามทางสุนทรียศาสตร์ เพราะแสดงออกซึ่งความเรียบเฉียบ ให้ความสำคัญแก่คุณภาพชีวิตมากกว่าความฟุ่มเฟือยที่มากับของตกแต่งแสนรุงรัง เป็นสุนทรียภาพที่คนสมัยใหม่มองหา

บ้านของ Le Corbusier ต้องเป็นเครื่องจักรสำหรับใช้อาศัยอย่างเที่ยงตรง ซื่อสัตย์ เหมือนที่รถเป็นเครื่องจักรสำหรับการใช้ขนส่ง เดินทาง

คำว่า ‘เครื่องจักร’ และ ‘สำหรับใช้…’ ที่บ่งบอกถึงหน้าที่ (function) ของชิ้นงาน  2 คำนี้เพียงพอที่จะทำให้เข้าใจการออกแบบ และจิตวิญญาณในยุคสมัยใหม่ได้ทั้งหมด

แม้แต่งานออกแบบของเขาก็ยังถูกควบคุมด้วยระบบสัดส่วนชุดหนึ่ง ที่พัฒนาจากแนวคิดสัดส่วนทองคำ ผสมผสานกับสัดส่วนสรีระเฉลี่ยของผู้ชายชาวอังกฤษ เรียกว่าระบบ Le Modulor  ระบบนี้ช่วยตัดสินใจเกี่ยวกับความกว้าง-ยาว-ลึกของส่วนประกอบต่างๆ ในอาคารที่เขาออกแบบ ซึ่งมีความละเอียดถึงขั้นจุดทศนิยม

หากมองจากสายตาสตรีนิยม นี่คือการประกาศโดยปริยายว่าสัดส่วนของผู้หญิงไม่มีความกลมกลืน อาคารที่ใช้ระบบ Le Modulor จึงแปลกแยกและเป็นปฎิปักษ์ต่อสรีระผู้หญิง แต่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า Le Corbusier เป็นนักเปิดประเด็นใหม่ในวงการสถาปัตยกรรม

วันนี้ จิตวิญญาณของสังคมเปลี่ยนไป อาคารเรียบแข็งถูกแทนด้วยอาคารที่มีรูปทรงอิสระ ปะติดปะต่อหลายสไตล์เข้าด้วยกัน พื้นที่ใช้สอยซับซ้อนพิศวงงงงวย เราเรียกรวมๆ ว่ายุคโพสต์โมเดิร์นในสถาปัตยกรรม แต่กลิ่นอายและแนวคิดจากยุคสมัยใหม่ ยังหลอกหลอน อบอวล ล่องลอยอยู่จริงในโลก

ส่วนรายละเอียดเบื้องลึกเกี่ยวกับชีวิต และผลงานแต่ละชิ้นของ Le Corbusier ข้าพเจ้าไม่สามารถเขียนถึงได้ ขอให้หน้าที่นั้นเป็นงานของนักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม อย่างอาจารย์ชัยยศ อิษฏ์วรพันธุ์ ในหนังสือ “เลอ คอร์บูซิเยร์: สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20” ที่อยู่ในเล่มสีเหลืองสดใส ภาพประกอบเยอะกว่าบลอกของข้าพเจ้าหลายเท่าตัว

หมายเหตุ ว่าจะทำวิจารณ์หนังสือ กลายเป็นเขียนเกี่ยวกับ Le Corbusier เองซะนี่😛



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s