ข้อความชั่วอึดใจว่าด้วยการบุกรุกของอนารยชน: ใครบุกรุกใคร?

ขอใช้เวลาสั้นมากๆ เพื่อเขียนถึงหนังเรื่องหนึ่งที่ชาวบ้านเขาดูกันไปหมดแล้ว แต่ข้าพเจ้าเพิ่งมีโอกาสดูนั่นคือ The Barbarian Invasions

ชื่อของหนังแปลเป็นไทยว่าการบุกรุกของอนารยชน แต่มันไม่ใช่หนังสงครามล้างผลาญ แต่หากเป็นหนังดราม่าบอกเล่าชีวิตบั้นปลายของเรมี่ อาจารย์รัฐศาสตร์ชาวแคนาดา เป็นห้วงเวลาที่เซบาสเตียนหนุ่มไฟแนนซ์ ลูกของเขา พยายามใช้เงินและเส้นสายทั้งหมดเพื่อช่วยยื้อชีวิตของพ่อ

แม้จังหวะการตัดต่อ การเลือกเล่าเรื่องราวบางช่วงจะไม่เหมาะสมในความเห็นข้าพเจ้า แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่านี่คือหนังที่เปิดโอกาสทางการตีความได้หลากหลาย เพราะหนังเลือกดึงประเด็นการเมือง สังคม ปรัชญาเข้ามา โดยปล่อยให้ผู้ชมคิดต่อเองว่าประเด็นเหล่านั้น เกี่ยวข้องอย่างไรกับโครงเรื่องหลัก

ใครคืออนารยชน ใครคือผู้ถูกบุกรุก เราลองกางหนังเรื่องนี้ออกมา แล้วหาโครงสร้างร่วมกัน

Footage เหตุการณ์ 911 ในหนังบ่งชี้ถึงการบุกรุกของชาวตะวันออกกลาง เข้ามายังอเมริกา ภาพของย่านยาเสพติดในแคนาดายังบอกเล่าการบุกรุกของชาวต่างชาติที่เข้ามาลักลอบละเมิดกฎหมายของแคนาดา นี่คือภาพใหญ่ที่ไม่เกี่ยวโดยตรงกับโครงเรื่องหลัก

แต่ในโครงเรื่องหลักก็มีภาพของการบุกรุกซึ่งกันและกันอยู่อย่างต่อเนื่อง เซบาสเตียนซึ่งเป็นตัวแทนของโลกทุนนิยม ได้บุกเข้ามาทำลายระเบียบของโลกรัฐสวัสดิการของแคนาดาด้วยการใช้เงินเพื่อให้ได้รับสิทธิพิเศษหลายอย่าง เช่น ให้พ่อมีห้องเดี่ยวส่วนตัว มีรถขนผู้ป่วยหรูหรา ตรวจสุขภาพแบบพิเศษ ตลอดจนจ้างคนไปเยี่ยม  ทุนนิยมแบบอเมริกันคือ “อนารยะ” ในสายตาของโลกยุโรปเสมอๆ ขนาดชอง บอดริยาร์ด นักสังคมศาสตร์ฝรั่งเศษ ถึงกับกล่าวว่าสังคมอเมริกันคือสังคมโบราณ (primitive society) สุดท้ายของโลก  เรมี่ก็เหมือนอนารยชนในแง่ว่าเป็นนักอุดมคติสุดขั้ว และไม่ยึดติดกับระเบียบทางสังคมใดๆ สร้างความลำบากในการรักษา นอกจากนี้ เด็กติดยาที่มาช่วยดูแลเรมี่แล้วเปิดประเด็นปัญหาใหม่ของครอบครัวชาวแคนาดา ก็เหมือนการบุกรุกของอนารยชนเข้าไปยังสังคมอุดมคติเช่นกัน

แม้คำว่าบุกรุก จะแสดงภาพการทำลายล้าง แต่การบุกรุกในหนังเรื่องนี้คือภาพที่แม้จะดูขัดแย้งในตอนต้น แต่ผู้ถูกบุกรุกและผู้บุกรุก ก็ได้รับประโยชน์ซึ่งกันและกันเมื่อเรื่องดำเนินต่อไปจนจบ เรมี่ได้รับประโยชน์จากแนวคิดทุนนิยมที่เซบาสเตียนนำมาปฎิบัติ เด็กติดยาก็ชวนให้เซบาสเตียนคิดคำนึงถึงอิทธิพลที่พ่อมีกับตัวเขาตั้งแต่วัยเด็ก

Barbarian Invasions จึงเป็นหนังสงครามที่คูณด้วย -1

มันชวนให้เรามอง “ความเป็นอื่น” ด้วยสายตาที่เป็นธรรม ให้เห็นถึงผลกระทบ อิทธิพลที่ต่างก็ส่งถึงระหว่างกันกับตัวเราเองอย่างต่อเนื่อง และชวนให้พิจารณาความสำคัญของการรักษาดุลยภาพความสัมพันธ์ระหว่างกัน


2 ความเห็น on “ข้อความชั่วอึดใจว่าด้วยการบุกรุกของอนารยชน: ใครบุกรุกใคร?”

  1. ก้าน พูดว่า:

    ไม่ได้เข้ามาชมซะนาน พอได้อ่านแล้วรู้สึกได้มุมมองใหม่ๆ เสมอๆ

  2. กล้วย พูดว่า:

    ชอบๆ เรื่องนี้ แต่ดูนานแล้วจนลืมเนื้อเรื่อง แต่จำฉากในรูปได้เลย


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s