แก้ปัญหา=แก้ความขัดแย้ง

ทุกปัญหาที่อาจเกิดขึ้นทุกชนิด สามารถมองให้เป็น ‘ความขัดแย้ง’ ได้ทั้งสิ้น

การแก้ปัญหา คือการแก้ไขความขัดแย้ง

สำหรับผู้ดูแลความปลอดภัยในระบบคอมพิวเตอร์ ความขัดแย้งที่ต้องแก้ไขคือ ‘ความลับ และความปลอดภัยในการเข้าถึง’ (Confidentiality) กับ ‘ความง่ายในการเข้าถึง’ (Availability) กล่าวคือ เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ข้อมูลใดมีระบบความปลอดภัยที่เข้มข้นมากๆ โดยจะไม่สูญเสียความง่ายในการเข้าใช้ข้อมูลนั้น

สำหรับช่างภาพ งานของทุก shot คือการแก้ไขความขัดแย้งขององค์ประกอบในภาพ ความขัดแย้งอาจมีหลากหลายเช่น แข็ง-อ่อน มืด-สว่าง เย็น-ร้อน ฯลฯ

ความขัดแย้งและความสมดุลคือหัวใจของการออกแบบองค์ประกอบภาพทุกรูปแบบ

สำหรับผู้ทำหน้าที่สืบสวนข้อเท็จจริงอาชญากรรมต่างๆ ในการให้เหตุผลถึงความเป็นไปได้ที่ใครจะเป็นผู้ก่อเหตุ ความขัดแย้งที่ต้องเจอคือปฎิบัตินิยม (Pragmatism) กับ สัจจนิยม (Realism)

สมมุติฉากอาชญากรรมหนึ่ง พบคนตายในห้องอพาร์ตเมนท์จากกระสุนปืนเจาะกะโหลก กล้องวิดิโอและพยานแวดล้อมบอกเล่าว่านาย A เป็นคนสุดท้ายที่เข้าไปและออกมาจากห้องผู้ตายก่อนเกิดเหตุ พบปืนหนึ่งกระบอกมีรอยนิ้วมือของนาย A ตกอยู่ข้างเตียง พบภายหลังว่าผู้ตายกับนาย A ขัดแย้งกันมาก่อนเกี่ยวกับเรื่องที่นาย A เป็นมาร์เก็ตติ้งของ Broker ที่แนะนำให้ผู้ตายซื้อหุ้นผิดตัว ทำให้ผู้ตายขาดทุนหลายล้าน

ภายใต้แนวคิดสัจจนิยม เราไม่สามารถสรุปได้อย่างมีตรรกะว่านาย A เป็นผู้ก่อเหตุ เพราะเรามีคำอธิบายหลากหลายที่อธิบายได้ว่านาย A อาจไม่เป็นผู้ก่อเหตุได้ เช่น เป็นรูปร่างหน้าตาเหมือนนาย A และสวมถุงมือที่ใช้เทคโนโลยีคัดลอกลายนิ้วมือมาจากนาย A, เป็นวิญญาณจำแลงกายของนาย A, เป็นการฆ่าตัวตาย โดยที่นาย A เผลอไปจับกระบอกปืนที่วางอยู่ก่อนแล้ว ฯลฯ

เราไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าผีมีจริงหรือไม่ เทคโนโลยีคัดลอกลายมือมีจริงหรือไม่ แต่ทั้งหมด ไม่ใช่เหตุผลทีจะบอกว่าของเหล่านั้นไม่มีจริง ดังนั้น นักสัจจนิยมจะไม่สามารถตัดสินคดีใดๆ ได้จนกว่ามีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติเหล่านี้

ภายใต้แนวคิดปฎิบัตินิยม เราสรุปได้ว่านาย A ‘น่าจะ’ เป็นผู้ก่อเหตุ เพราะในบรรดาคำอธิบายทั้งหมดนั้น คำอธิบายที่ว่านาย A เป็นคนฆ่า ก็สอดคล้องกับหลักฐานทั้งหลายที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่าย (Simplicity) สอดคล้องกับเรื่องราวความขัดแย้งที่มีมาก่อน (Coherence) อธิบายหลักฐานทุกชิ้นที่เจอได้อย่างครบถ้วน (Completeness in scope)

การให้เหตุผลดังกล่าว ไม่ได้ให้เหตุผลที่เพียงพอว่าทำไมนาย A จึงเป็นผู้ก่อเหตุจริงๆ ไม่ใช่เรื่องผี เรื่องเทคโนโลยีพิเศษ ฯลฯ แต่ด้วยความต้องการของสังคม และการใช้ชีวิตในแต่ละวัน เราไม่สามารถรอข้อพิสูจน์เหล่านั้นได้ เรารอให้พิสูจน์เรื่องผีจำแลงกายก่อนที่จะจับใครๆ ไม่ได้ แต่เราจะจับใครๆ โดยไม่มีเหตุผลที่แน่ชัด น่าเชื่อถืออีกไม่ได้เช่นกัน น้ำหนักระหว่างสองทางจึงเป็นความขัดแย้งอย่างยิ่ง

การหาความขัดแย้งคู่ที่ถูกต้อง และการหาจุดสมดุล คือหัวใจของการแก้ปัญหาทุกชนิด

ป.ล. ช่วงนี้อัพบลอกช้าหน่อย เพราะมีธุรกิจหลากหลาย ประกอบกับมีไอเดียน้อย เพราะไอเดียส่วนใหญ่หลุดไปเขียนใน twitter และ facebook หมดแล้ว แต่ก็จะพยายามยืดไอเดียเก่าๆ มาเขียนให้ยาวขึ้นในลำดับถัดไป :p



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s