ปรัชญามด

สุดสัปดาห์เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ข้าพเจ้าเข้าร่วมสัมมนาพนักงานใหม่ของบริษัทแห่งหนึ่ง เนื้อหาแรกที่ได้รับการอบรมคือ’ปรัชญามด’ ใจความสำคัญคือ มดมีความพยายามเกินกว่าตัวมัน และมีความไม่ประมาทในทุกย่างก้าวของชีวิต  สมควรที่จะเอาเยี่ยงอย่าง
แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าค้นพบปรัชญามดในอีกมิติหนึ่งห้องนอนข้าพเจ้าอยู่เหนือห้องครัวชั้นล่าง ทำให้มีมดเดินทะลุจากห้องครัวไต่ขึ้นเสาในห้องนอนข้าพเจ้าสูงขึ้นไปจนสุดเพดานห้อง เนื่องจากแถวเดินของมดอยู่ห่างจากเตียงและโต๊ะของข้าพเจ้า จึงไม่ได้สนใจอะไร ปล่อยให้มันเดินไปไหนก็ไปไม่มีใครเดือดร้อน

แต่ในคืนวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์กลับพบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์เนื่องจากมดขึ้นมาเดินเล่นบนโต๊ะและเตียงของข้าพเจ้า ทั้งนี้ยังเล่นไม่ซื่อ กัดขา แขน ข้าพเจ้าในระหว่างนอนหลับ ทำให้ต้องตื่นมาเกากลางดึกหลายครั้ง เช้าวันจันทร์ข้าพเจ้าจึงหยิบชิลล์ท็อกฉีดไปตามทางเดินมดตลอดสาย จนปัจจุบันก็ไม่มีมดมาเดินอีก ทั้งนี้ต้องแลกกับหลายชีวิตที่เสียไป

การกระทำของข้าพเจ้ามีความชอบธรรมหรือไม่?

ในแง่มุมทางพุทธศาสนา การฆ่าสัตว์เป็นการฝ่าฝืนศีล 5 ศีลแปลว่าทางอันเป็นปรกติ เมื่อแปลความหมายจนครบถ้วนก็จะได้ว่า การฆ่าสัตว์นั้นเป็นการกระทำที่แปลกแยก ไม่ปรกติ แต่ความปรกตินั้นก็ยากที่จะหยั่งถึงคุณลักษณะและขอบเขตที่ชัดเจน ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง การปล่อยให้มดเดินมากัดร่างกายตอนนอนหลับ จนไม่เป็นอันพักผ่อน โดยไม่มีมาตรการใดป้องกัน ยอมจำนนแต่โดยดี เช่นนี้ดูเป็นเรื่องไม่ปรกติสำหรับข้าพเจ้า เพราะทำให้สิ่งของขาดประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริงไป โดยที่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ทำสิ่งใดผิด

อาจมีคนแย้งได้ว่าข้าพเจ้าผิดเองที่ทำห้องนอนเหนือห้องครัว หรือบางคนอาจพูดได้ไกลกว่านั้นว่าการสร้างชุมชนของมนุษย์ ทำให้เกิดการรุกล้ำที่ของมด ดังนั้น การไม่อดทนต่อผลกรรมนั้น ทั้งยังมารังแกมดอีก เหล่านี้ล้วนเป็นความฉ้อฉลทางจริยธรรมทั้งสิ้น

ขอแก้ตัวว่ามดมีที่สำหรับตัวเองอยู่เสมอในบริเวณดังกล่าว เพราะหลังบ้านข้าพเจ้าคือคูคลองคอนกรีตที่ไส้ในคือดินทรายเหมาะแก่้การทำรังมด และอีกไม่กี่เมตรถัดไปคือเรือกไร่สวนนาที่มดสามารถไปสร้างอาณาจักรบริเวณนั้นได้

ถ้าลองมองกลับกันมดเองก็อาจเป็นฝ่ายผิดที่สร้างอาณาจักร สร้างลูกหลานเยอะเกินไป ในขณะที่ครอบครัวข้าพเจ้ามีลูกคนเดียวคือข้าพเจ้าเอง แต่มดกลับมีหลายครอบครัวไม่วางแผนครอบครัวจนต้องเกิดปัญหาพื้นที่ไม่พอ ต้องแย่งพื้นที่ของมนุษย์ ทำให้ต้องเกิดกรณีน่าสลดดังกล่าว

ข้อแย้งอีกทางหนึ่งคือ มาตรการปราบปรามมด รุนแรงเกินไป แต่ก็ยังเกิดข้อสังสัยว่ามีมาตรการใดที่รุนแรงน้อยกว่านี้ แต่สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายคือมดไม่ขึ้นมาบนโต๊ะ เตียงได้

ชอล์กกันมดเป็นวิธีที่ไม่ได้ผล เพราะมดสามารถไต่ข้ามไปตามรอยแยกของชอล์กได้ด้วยความพยายามของมัน การใช้แอ่งน้ำก็ไม่เหมาะสมเพราะเตียงเป็นฐานไม้ เมื่อโดนน้ำก็จะขึ้นราและบวมเสียหาย วิธีการเจรจาก็ไม่ได้ผลเพราะข้าพเจ้าพยายามเปิดการเจรจากับราชินีมดบนเพดานประมาณ 3 ครั้งในห้วงเวลา 3 วัน โดยไม่ได้รับเสียงตอบรับว่าจะทุเลาความเดือดร้อนใดๆ เลย

มาตรการที่ใช้ได้ ต้องได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ไม่ใช่ว่าเลือกมาตรการที่เบาที่สุดแล้วให้ปล่อยวางเรื่องผลลัพธ์

มาตรการฉีดชิลล์ท้อกซ์จึงเหมาะสมแล้วสำหรับกรณีนี้

นี่คือปรัชญามดในมุมมองของข้าพเจ้า


One Comment on “ปรัชญามด”

  1. Per พูดว่า:

    มดมันตัวเล็กๆ มันกินเพื่อนที่นิดเดียว ถ้ามันไม่รู้จักที่จะควบคุมประชากรก็ไม่เดือดร้อนกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเท่าไหร่ ^_^
    แต่มนุษย์สิครับ ถ้าไม่รู้จักควบคุมประชากร (เหมือนทุกวันนี้) ก็จะเกิดปัญหามากมาย ทรัพยากรที่มีก็ขาดแคลน จึงเกิดการแย่งชิง ลองคิดดูนะครับ ว่าจะเกิดอะไรตามมาอีกบ้าง ทั้งการเอาเปรียบ (คนเสียสละ ต้องตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก) ความขัดแย้ง ฯลฯ ผมว่าข้อเสียของมนุษย์ล้วนเกิดจาก การไม่รู้จักควบคุมจำนวนประชากร เหมือนกับมดนั่นแหล่ะครับ เพียงแต่เราก่อความเดือดร้อนมากกว่ามัน แล้วก็ไม่มีใครควบคุมจำนวนของเราด้วยสิครับ

    คิดดีดีนะครับว่าใครผิด(มากกว่ากัน) ^_^


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s