3 ระดับของการสนทนา

ไม่ใช่การพูดทุกรูปแบบที่จะมีประโยชน์ในเชิงปรัชญา การพูดในทางปรัชญาไม่ได้หมายความว่าจะพูดเนื้อหาอย่างไร โดยวิธีอย่างไร ในสภาพแวดล้อมอย่างใดก็ได้

การพูดที่ก่อให้เกิดเนื้อหาเชิงปรัชญาคือ Dialectic หรือการแลกเปลี่ยนสนทนา

แต่การสนทนาแลกเปลี่ยนธรรมดาก็ยังไม่ใช่ Dialectic อยู่ดี เพราะผลลัพธ์ของการทำ Dialectic คือความคิดลักษณะใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ดีขึ้นในที่นี้คือทนทานต่อการโต้แย้งในกว้างขวางขึ้น แต่หากแลกเปลี่ยนสนทนาแล้วเกิดดราม่า ทะเลาะเบาะแว้ง คลางแคลงใจ โดยที่ไอเดียใหม่ไม่เกิด ก็ต้องถือว่าไม่ใช่ Dialectic และไม่มีประโยชน์ในเชิงปรัชญา

Dialectic ของแท้มีกระบวนการที่ชัดเจน

  1. ฝ่ายหนึ่งนำเสนอความคิด
  2. อีกฝ่ายชี้ข้อบกพร่องของความคิดนั้นให้เห็น
  3. ทั้งสองฝ่ายร่วมกันแก้ไขความคิดนั้นให้รอดพ้นจากข้อบกพร่องดังกล่าว
  4. และได้ความคิดใหม่ที่ดีขึ้นในท้ายที่สุด ก่อนที่จะวกไปถูกตรวจสอบอีกครั้งเรื่อยๆ

การสนทนาที่มีประโยชน์เชิงปัญญานี้ต้องอาศัยความร่วมมือ และสติปัญญาของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม หากเป็นการพูดฝ่ายเดียว แกล้งให้อีกฝ่ายไม่ได้ยิน หรือยั่วเย้าให้อีกฝ่ายโกรธจนไม่ร่วมมือ เหล่านี้คือความล้มเหลวทั้งสิ้น

การพูดที่ด้อยกว่า Dialectic แต่ก็ยังมีประโยชน์เชิงปรัชญาอยู่บ้างคือ Apologetic ที่ไม่ได้แปลว่าเสียใจ เศร้าใจตามนัยของภาษายุดใหม่ แต่มันคือการพูดเพื่อปกป้องความคิดที่ถกเถียงกันไว้ดีแล้ว พร้อมทั้งเผยแผ่ความคิดนั้นให้แพร่หลายออกไปด้วยการใช้เหตุผลที่เหมาะสม ความคิดที่ควรค่าแก่การถูกปกป้อง ควรต้องถกเถียงกันมาก่อนอย่างดีแล้วทุกแง่มุม ไม่เช่นนั้นก็จะไม่สามารถตอบข้อสงสัยได้ครบถ้วน

แต่ถ้าความคิดของตนเองไม่ได้ถกเถียงกันมาอย่างดีก่อน แต่ดันนำไปพูดปกป้องโดยยกเหตุผลแบบด้นสด  เน้นลีลาศรีธนญชัยมากกว่าเพื่อค้นหาความจริงแล้วมันจะไม่ใช่ทั้ง Dialectic หรือ Apologetic

เพราะการพูดทั้ง 2 แบบที่กล่าวไป เป็นการพูดทางปรัชญาซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อการค้นหาความจริง

ถ้าพูดแค่เพื่อให้รู้สึกดีว่าชนะจะเป็นการพูดแบบ Eristic

เพลโตยกตังอย่างการพูดแบบ Eristic เพื่อให้เห็นว่าต่างโดยสิ้นเชิงจาก Dialectic เพราะ Eristic ไม่ทำให้เกิดไอเดียใหม่ ไม่ทำให้เกิดปัญญาที่เพิ่มพูน เพราะต่างคนต่างเลือกไปแล้วที่จะเชื่ออย่างไร และไม่ได้วางแผนจะเปลี่ยนความเชื่อ หรือร่วมมือเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้น Eristic จึงไม่ใช่เครื่องมือทางปรัชญา หรือจะพูดให้เข้าใจง่ายคือเวบบอร์ดส่วนใหญ่ ไม่ใช่เครื่องมือทางปรัชญา

และจะพูดให้ถึงที่สุดแล้วก็คงมีแต่ Dialectic เท่านั้นที่เป็นเครื่องมือทางปรัชญา


4 ความเห็น on “3 ระดับของการสนทนา”

  1. kaninnit พูดว่า:

    ฟังดูเหมือนการพูดแบบ Dialectic ต้องเปิดใจทั้งคู่ว่าตัวเองผิดได้ และควรจะมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ประกอบการพูดด้วยนะครับ

  2. mgaston พูดว่า:

    ควรเป็นอย่างนั้นนะครับ

  3. XinGst พูดว่า:

    ผมชอบคุณมากๆๆ อ่านบทความแรกจาก Drama-addict

  4. กษิดิ์เดช พูดว่า:

    หมู่คนที่จะสนทนาแบบ Dialectic คือหมู่คนที่มีรสนิยม แสวงหาความเป็นเลิศ รู้สึกว่าถ้าวันไหนตัวเองไม่เบ่งบานกว่าเดิมแล้วนอนไม่หลับ

    หมู่คนแสวงหาความเป็นเลิศ ในความเห็นของผมคนกลุ่มนี้เป็นส่วนน้อย ที่อาศัยปนกับหมู่คนรสนิยมอื่นๆ คนทั่วไปที่ผมรู้จักบ้างก็อยากคุยเพื่อปรองดอง อยากคุยเพื่ออวดเก่ง อยากคุยเพื่อสานสัมพันธ์ และอื่นๆ จริตที่ต่างกัน ผมคิดว่าเป็นสาเหตุให้ Dialectic ล่มอยู่ประจำ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s