ผู้ถือหุ้นที่น่าชัง และผู้บริหารที่น่าเห็นใจ

20110530-101653.jpg

ในวงการตลาดหุ้นไทยสุดสัปดาห์ ไม่อาจมีข่าวใดแรงเท่ากรณีมีผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งรวมตัวเพื่อขอเปลี่ยนคณะกรรมการของบริษัททอรีเซนไทย หรือมีชื่อย่อบนกระดานว่า TTA ที่ทำกิจการเดินเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

ผู้บริหารเดิมออกมาเรียกร้องว่ากำลังมีการกว้านซื้อหุ้นเก็บเข้ารายใหญ่รายเดียวโดยหลีกเลี่ยงกฎ Tender offer ของกลต. โดยมีฝั่งกลต.และตลท.ออกมารับลูก บางสายบอกว่าเป็นฝีมือของบุคคลากรกลุ่มคันทรี่กรุ๊ป บางสายมีมาว่าเป็นผลงานบริษัทเดินเรือของออสเตรเลีย บางข่าวออกมาว่ามีโบรกเกอร์ชื่อย่อก.อ. ช่วยกว้านซื้อหุ้นให้ ในฝั่งตรงข้ามก็กล่าวหาว่าผู้บริหารกำลังเล่นสื่อ เพราะผลประกอบการของบริษัทก็ลดน้อยถอยลงในช่วงไตรมาสล่าสุด เรื่องจริงอาจเป็นแค่ว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นที่กังวลใจหลายรายเข้าสุมหัว ปรึกษาที่จะเปลี่ยนทิศทางบริษัท

และแม้ข้าพเจ้าจะทำงานเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้บ้าง แต่นั้นไม่ใช่เรื่องน่าสนใจของข้าพเจ้าในนอกเวลางานเลย

ความสนใจกลับอยู่ที่ว่าทำไมอารมณ์ผู้คน ถึงไม่ยอมรับการเข้าครอบงำกิจการแบบที่ผู้บริหารไม่ยินยอม (hostile takeover)

ในต่างประเทศ กรณีนี้ไม่ควรเป็นเรื่องนต่อต้าน เพราะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดฯ มีหน้าที่ maximize ผลประโยชน์ของ
ผู้ถือหุ้น เมื่อทำหน้าที่นั้นไม่ได้ ก็ควรต้องให้โอกาสผู้ถือหุ้นมาจัดการจัดเปลี่ยนการบริหารไป

แต่ในประเทศไทย บทบาทของบริษัทเชิงจริยธรรม มีเช่นนั้นจริงหรือไม่

ภาพทั่วไปของคนไทยต่อการซื้อหุ้น กลับไม่ได้เน้นหนักเรื่องการเป็นเจ้าของ แต่กลายเป็นเรื่องการหาเงินทั่วไป ทั้งยังเป็นการหาเงินที่ขัดแย้งต่อวัฒนธรรมการทำงานหนักของแถบเอเชีย ที่เชื่อว่าต้องลงแรงจึงจะได้ผลตอบแทน ซึ่งภาพลักษณ์นี้ทำให้การเล่นหุ้น คือภาพของการนอนกิน เป็นตัวร้ายของสังคม

นอกจากจะไม่ได้ภาพของความเป็นเจ้าของแล้ว การเล่นหุ้นยังมีภาพของคนเล่นพนันที่ไม่ควรมาร้องโหวกเหวกโวยวายเมื่อผลประกอบการของหุ้นที่ตนลงทุน ไม่เป็นไปตามราคาเป้าหมายที่ตนคาดไว้ ดังนั้น เมื่อเทียบภาพลักษณ์ระหว่างตัวผู้บริหารกับผู้ถือหุ้น ตัวผู้ลริหารจะให้ภาพที่น่าสงสารเมื่อโดนผู้ถือหุ้นที่เป็นแค่ผู้แวะเวียนมา รังแก

เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อนที่มติชนถูกทำ hostile takeover โดยบริษัทแกรมมี่

เหตุผลที่ผู้คนต่อต้านช่วงเวลานั้นคือ กลัวการแทรกแซงโดยผู้ถือหุ้นที่ไม่รู้จริงในเรื่องสื่อสารมวลชน และกลัวจะเกิดสื่อที่เนื้อหาไม่หลากหลาย แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าลึกลงไป คือความสงสารผู้บริหาร และบรรณาธิการของบริษัทมติชน ที่ต้องพบกับความไม่แน่นอนจากอำนาจควบคุมใหม่ที่เพียงมีเงินและแวะเวียนผ่านมากอบโกยผลประโยชน์

มุมมองธุรกิจของคนอเมริกันและคนเอเชียจึงต่างกันมาก ในขณะที่ฝั่งอเมริกัน ความเป็นเจ้าของด้างทุนคือธงหลักของการดำเนินการ ในฝั่งเอเชีย ความเป็นเจ้าของไม่เพียงพอต่อการทำธุรกิจ การลงแรงมีส่วนร่วมยังเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ภายใน รวมถึงระบบเครือญาติก็เป็นประเด็นน่าสนใจที่พลได้ไม่บ่อยในบริษัทตะวันตก แต่กลับพบมากในบริษัทแบบตะวันออก

การทำ hostile takeover ไปจากผู้ก่อตั้ง ให้ภาพลักษณ์เหมือนปล้นของๆ คนอื่น ทั้งที่ตัวคนทำ takeover ถือหุ้นรายใหญ่ มีทุน เป็นเจ้าของในเชิงนิตินัย แต่ก็มีน้อยคนที่จะทำใจคิดเช่นนั้นได้

แต่แม้ว่าความสงสารของผู้คนที่มีต่อผู้บริหารจะอธิบายได้ แต่ความเหมาะสมของการทำ takeover แบบไม่เป็นมิตรแต่ละครั้ง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความน่าสงสาร มันควรเป็นอีกคำถามที่สังคมศาสตร์ไม่สามารถให้คำตอบได้

ด้านบน: ภาพของม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต CEO บริษัททอรีเซนไทยคนปัจจุบัน จาก กรุงเทพธุรกิจ



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s