ว่าด้วยหน้าที่การพิสูจน์ของผู้กล่าวอ้างข้อสรุป negative

20110604-091454.jpg

ความฝันอย่างหนึ่งของข้าพเจ้าคือการเข้าไปถามพระสงฆ์ ในเรื่องที่ว่าผีมีจริงหรือไม่ ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ข้าพเจ้ารู้อยู่แล้วว่าพระท่านคงตอบในเชิงไม่ปฎิเสธ

สำหรับผู้ทึ่นิยมชมชอบวิทยาศาสตร์ก็จะแย้งว่า เรื่องพรรค์นี้ไม่มีจริง เพราะพิสูจน์ไม่ได้ ข้อโต้แย้งจากอีกฝ่ายที่อาจทำให้นิ่งเงียบคือ ข้อเท็จจริงที่ว่าผีไม่มีก็ยังพิสูจน์ไม่ได้เช่นกัน

เคยมีนักปรัชญาตอบโต้ข้อนี้ว่า เราไม่ได้มีหน้าที่พิสูจน์พจน์ที่เป็น negative

ใครมาบอกว่าอันนี้เป็นหมีแพนด้าชนิดหนึ่ง ก็มีหน้าที่พิสูจน์ว่าสิ่งๆ นั้นมีลักษณะที่เข้าข่ายความเป็นหมีแพนด้าอย่างไร ไม่ใช่ไปรบเร้าคนไม่เห็นด้วยว่าทำไมสิ่งนั้นไม่ใช่หมีแพนด้า แล้วคนแอบอ้างคนแรกก็ไปนั่งฟังจิบกาแฟกินแรงเฉยๆ

ข้ออ้างนี้ดูแปลกๆ สำหรับข้าพเจ้า

ถ้าเราพิสูจน์ไม่ได้ว่าสิ่งใดมีจริง ทั้งยังพิสูจน์ไม่ได้อีกด้วยว่าสิ่งนั้นไม่มีจริงแน่แล้วหรือไม่ ได้ดูเงื่อนไข พฤติการณ์การทดสอบครบถ้วนแล้วจริงหรือไม่ ข้อสรุปควรจะเป็น “มีข้อมูลไม่เพียงพอแก่การสรุป” มากกว่าจะเป็นว่า “สิ่งนั้นไม่มีจริงแน่นอน”

แต่ถ้าเปลี่ยน argument ให้อยู่ในรูปแบบระมัดระวังกว่านี้ ฝ่ายที่ไม่เชื่อว่ามีผี หรือมีชาติหน้าต้องกล่าวใหม่ว่า “ภายใต้วิธีการสำรวจธรรมชาติที่เป็นที่ยอมรับในวาทกรรมวิทยาศาสตร์ร่วมสมัยนั้น จะสรุปได้ว่า ผีไม่มีจริง ส่วนจะมีวิธีอื่นใดที่อาจพิสูจน์ได้นั้น เรายังไม่ทราบ” หรือเป็นว่า “ภายใต้เหตุผลเช่นนั้น ยังไม่อาจสรุปได้ว่าผีมีอยู่จริง ส่วนจะมีเหตุผลอย่างอื่นที่ทำให้สรุปได้ว่าผีมีอยู่จริงหรือไม่นั้น เราไม่ทราบ”

เช่นนี้โลกก็จะสงบสุข ไม่ต้องเถียงกันเรื่องนี้อีก

และจะว่าไป คำว่า “มี” ก็เป็นปัญหาในตัวมันเอง สิ่งใดจะมีอยู่ได้ ต้องมีลักษณะอย่างไร? หากใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาเป็นเกณฑ์เดียวในการวัดความมีอยู่ ก็จะลงเอยที่ว่าหลายอย่างอาจไม่มีอยู่จริงเช่นความรัก ความเศร้า ความดีงาม ปรัชญาหลายลัทธิให้ความเห็นเกี่ยวกับภาวะการมีอยู่ต่างกันไป บางส่วนถึงกับปฎิเสธว่าภาวะแบบนั้นไม่มีอยู่จริงเลย

ดังนั้น ถ้าเรายังกางเครื่องมือมาใช้วัดความมีอยู่ เป็นอยู่ออกมาได้อย่างครบครันไม่ได้ ข้อสรุปแบบทั่วๆ ไปอันเฉียบขาดเป็นสากลอย่าง “ไม่มีผี” ก็น่าจะมีปัญหาในตัวมันเอง


One Comment on “ว่าด้วยหน้าที่การพิสูจน์ของผู้กล่าวอ้างข้อสรุป negative”

  1. jojoritter พูดว่า:

    พุทธศาสน์มีเครื่องมือที่จะนำไปสู่การตอบข้อสงสัยเช่นว่านั้นได้ แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเน้นว่าเรื่องนี้เป็น ปัจจัตตัง คือ เป็นเรื่องที่รู้เห็นได้เฉพาะตัว ใครปฎิบัติก็ย่อมรู้เองเห็นเอง ไม่มีใครถูกบังคับให้ต้องเชื่อจนกว่าจะได้ลองปฎิบัติให้สิ้นความสงสัย ดังนั้น ผมเห็นด้วยอย่างแน่แท้กับข้อความที่ว่า “ถ้าเรายังพิสูจน์ไม่ได้ว่าสิ่งนั้นมีจริงหรือไม่ ข้อสรุปควรจะเป็น “มีข้อมูลไม่เพียงพอแก่การสรุป” มากกว่า”


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s