นายทอปผู้ไม่ปฎิเสธที่นั่งว่าง

20110701-105751.jpg

ด้านในรถเมล์สาธารณะของรถร่วมขสมก. ของวันหนึ่ง เป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนหนาแน่น ความหนาแน่นนี้จำเป็นต้องอภิปรายให้ชี้ชัดว่า ไม่ใช่ความหนาแน่นระดับธรรมดา เพราะแม้แต่ผู้ที่ยืนประตูรถบันไดสุดท้ายก็ไม่สามารถขึ้นมาได้ อีกทั้งผิวหน้าของพื้นหน้ารถและหลังรถ ก็ถูกใช้สอยเต็มที่หมดแล้ว

นายทอป (นามสมมุติ) เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมใช้สอยพื้นที่พื้นรถบริเวณด้านหน้าแถวถังเครื่อง เมื่อรถเดินทางมาถึงสะพานเหล็กก็มีบุคคลผู้หนึ่งลุกขึ้นจากที่นั่ง ทำให้มีที่นั่งว่างจำนวน 1 ที่ถ้วน ในบริเวณนั้นมีแต่สุภาพบุรุษที่สุภาพเกินกว่าจะจับจองที่นั่งนั้นได้ ยิ่งเมื่อพบว่ามีสุภาพสตรีที่คงอยากได้ที่นั่งนี้ยืนอยู่ด้านหลังใกล้ๆ ประตู ความสุภาพก็ยิ่งมีขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ชะรอยว่าสุภาพสตรีท่านนั้นคงไม่สามารถฝ่าพื้นที่แออัดมาสู่ตำแหน่งนี้ได้ แต่สุภาพบุรุษก็ยังไม่สนใจต่อข้อเท็จจริงนั้น ทำให้มีที่นั่งว่าง 1 ที่นั่งไม่ถูกใช้สอยเพื่อบรรเทาความแออัดบริเวณนั้น นายทอปจึงเลือกเข้าไปนั่งแทน ทำให้มี “นายจริยศาสตร์” ปรากฎขึ้นตรงหน้า

ต่อไปนี้คือบทสนทนาระหว่างนายจริยศาสตร์ (จย) กับนายทอป (ทป)

จย: การไม่เอื้อเฟื้อที่นั่งต่อสุภาพสตรีทั้งที่สภาพรถแออัดเช่นนี้ ทำให้ต้องสันนิษฐานว่าการกระทำของท่านจะไม่สอดคล้องกับหลักจริยศาสตร์ ขอให้ท่านใช้เวลาสักครู่ในการให้เหตุผลสนับสนุนการกระทำของท่าน
ทป: ที่ทำนี้ไม่ใช่การไม่ได้มีเจตนาไม่เอื้อเฟื้อ มันเป็นเพราะมีคนหนาแน่นจนเขาเดินมายากอยู่แล้ว อีกทั้งพื้นที่ตรงนี้ก็หนาแน่น การมานั่งทำให้คนแถวนี้สบายขึ้น ส่วนนี้ก็ย่อมเป็นการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งตามจริยศาสตร์ของค้านท์นั้น เรื่องเจตนาเป็นสิ่งสำคัญ ในเมื่อการกระทำไม่ได้เป็นไปเพื่อเจาะจงให้สุภาพสตรีท่านนั้นลำบาก อีกทั้งยังคิดช่วยคนที่ยืนแถวนี้ให้มีที่ยืนโล่งขึ้นซึ่งเป็นความคิดที่ดี อีกทั้งยังเป็น universal ด้วย คนอื่นจะนั่งก็ได้มันก็เหมือนๆ กัน แต่เผอิญผมอยู่ใกล้ที่นั่ง มันก็เลยเป็นผมนั่ง แค่นั้นเอง
จย: ถ้ามองในมิตินี้ล่ะว่า โอเคคุณไม่ได้มีเจตนาเจาะจงให้สุภาพสตรีท่านนั้นลำบาก แต่ถ้าการไม่ได้สนใจไปสะกิด หลีกทาง หรือพยายามอะไรตั้งแต่ต้น แบบนี้สะท้อนได้หรือเปล่าว่าท้ายที่สุดคุณก็รู้แล้วว่าเขาจะลำบาก แต่ก็ปล่อยไป เป็นการไม่เคารพสุภาพสตรี
ทป: โอเค เอาแบบนี้ได้ไหม ยอมรับว่ารู้ว่าสุภาพสตรีจะลำบาก รู้ว่าจะเป็นการไม่ให้สิทธิพิเศษ และยอมรับด้วย และก็จะอ้างว่าเช่นนี้แหละคือการเคารพสุภาพสตรี แบบนี้พอได้ไหม
จย: อย่างไร
ทป: เพราะการให้สิทธิพิเศษแก่สุภาพสตรี เป็นการแสดงออกโดยนัยว่าเขาเป็นพลเมืองชั้นสองที่ต้องการดูแลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของเพศนิยม การเลือกนั่งเก้าอี้ว่างบนรถเมล์ทั้งที่ีู้ว่ามีสุภาพสตรียืนอยู่ ถือเป็นมิติใหม่ของความเท่าเทียมกัน เป็นที่ซึ่งที่นั่งถูกจัดสรรด้วยเหตุผลเรื่องความรวดเร็วมีประสิทธิภาพในการจัดสรรพื้นที่ มากกว่าเรื่องแค่ว่าเกิดมาเป็นเพศใด
จย: แล้วยังไร ต่อไปถ้ามีสุภาพสตรีจะนั่ง คุณก็จะไปกระแซะก้นดึงตัวออกมาหรือ หรือว่าเห็นสุภาพสตรีถือของจะเปิดประตูก็จะไม่ไปช่วย?
ทป: ไม่ได้พูดว่าจะทำอย่างนั้นอย่ามั่วสิครับ ถ้ามันเป็นกรณีนั้นจริงๆ แล้ว คือถ้าสุภาพสตรีอยู่ใกล้ที่นั่งและจะนั่งอยู่แล้วก็นั่งได้ด้วยเหตุผลเรื่องความรวดเร็วไม่ใช่เรื่องเพศ และถ้าสุภาพสตรีถือของจะเปิดประตู ผมก็ต้องช่วยอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ช่วยด้วยเหตุผลว่าเขาเป็นเพศไหน แต่เป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลในสังคมทั่วไป
จย: เอ… มองอย่างนี้ได้ไหมว่า ข้อเท็จจริงในอดีตมากมายพบว่ามีการให้เกียรติสุภาพสตรีซึ่งหลงเหลือเป็นธรรมเนียมมากมาย เราควรจะอธิบายส่วนนี้ให้ชัดเจนก่อนดีไหม เพราะไม่เช่นนั้นอาจเข้าข่ายที่ว่าเราอธิบายความโดยไม่รักษา “ปรากฎการณ์” (save the phenomena) ซึ่งหากละเลยข้อมูลส่วนนี้ ก็อาจทำให้หลงสรุปผิดๆ ก็ได้
ทป: ปราโกะ…

เนื่องจากรถเมล์ถึงที่หมายแล้ว นายทอปจึงรีบลงจากรถทันทีไม่สนใจนายจริยศาสตร์ซึ่งหายตัวลึกลับไปกับรถเมล์


One Comment on “นายทอปผู้ไม่ปฎิเสธที่นั่งว่าง”

  1. หึหึ พูดว่า:

    ไม่น่ารีบลง


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s